เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี ส่งสัญญาณคุมเงินเฟ้อเข้ม ท่ามกลาง CPI แตะ 4.2% และดาวโจนส์ร่วง 631 จุด
การขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดในรอบสามปีเป็นไปตามที่คาดไว้ แต่แนวทางเชิงเข้มงวด (hawkish) ของประธาน Kevin Warsh ส่งสัญญาณถึงเกณฑ์ที่สูงขึ้นสำหรับการผ่อนคลายนโยบายและความพร้อมที่จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง แรงกดดันเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนโดยพลังงานซึ่งเชื่อมโยงกับสงครามอิหร่านทำให้แนวโน้มซับซ้อนขึ้น เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับภาวะการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น การเทขายหุ้นทันที โดยดาวโจนส์ลดลง 1.2% สะท้อนถึงการประเมินราคาใหม่ของอัตราดอกเบี้ยและความต้องการรับความเสี่ยง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
NCSIDOWJONES2USD/USDT-0.41%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · NCSIDOWJONES2USD/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▼ ขาลง
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เพื่อรับมือเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากผลของสงครามอิหร่าน ดันราคาน้ำมันเบนซินพุ่ง 38% เมื่อเทียบรายปี และทำให้ CPI แตะจุดสูงสุดรอบ 3 ปีที่ 4.2% ในเดือนพฤษภาคม ก่อนยังอยู่ที่ 3.4% ในเดือนสิงหาคม ผู้กำหนดนโยบายคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปี 2026 และเควิน วอร์ชระบุว่าจะขึ้นเพิ่มเติมหากจำเป็น ดัชนีดาวโจนส์ในวันดังกล่าวร่วง 631 จุด หรือ 1.2%