เยนญี่ปุ่นแข็งค่า 1.1% เทียบดอลลาร์ หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมที่ออกมาต่ำกว่าคาดอย่างมาก (-23k เทียบกับคาด +80k) และอัตราว่างงานที่สูงขึ้น (4.1%) เป็นปัจจัยผลักดันให้เกิดแรงขาย USD ในวงกว้าง ส่งผลให้ JPY แข็งค่าราว 1.1% (สู่ ~156.7 ต่อ USD) หลังจากความคาดหวังต่อแนวทางอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนไป การเคลื่อนไหวดังกล่าวยิ่งถูกขยายโดยการแทรกแซง USD/JPY แบบประสานงานเมื่อไม่นานมานี้ และการส่งสัญญาณอย่างต่อเนื่องจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่มความผันผวนระยะสั้นและความไวต่อท่าทีของเฟดและถ้อยแถลงของทางการ
ระดับผลกระทบ
● สูง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
NCFXUSD2JPY/USDT-0.47%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · NCFXUSD2JPY/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
● Neutral
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
เยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐส่งสัญญาณอ่อนแรงเกินคาด กดดอลลาร์สหรัฐร่วงลงระหว่างวันสูงสุด 1.1% แตะ 156.68 เยนต่อดอลลาร์ จากระดับก่อนหน้าที่ยังยืนเหนือ 158 เยน รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐสูญเสียตำแหน่งงาน 23,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่ง เท่ากับคลาดจากคาดการณ์มากกว่า 100,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกันอัตราว่างงานขยับขึ้นสู่ 4.1% ยิ่งตอกย้ำภาพอุปสงค์แรงงานที่เริ่มเย็นลง และทำให้ตลาดปรับมุมมองต่อทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดยังจับตาความเสี่ยงการแทรกแซงค่าเงิน หลังจากเพียง 6 วันก่อนหน้า คือวันที่ 1 สิงหาคม ทางการญี่ปุ่นและสหรัฐดำเนินมาตรการแทรกแซงซื้อเยนแบบประสานงาน ส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งไปแตะ 155.20 เยนต่อดอลลาร์ และพลิกจากระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 40 ปีใกล้ 164 เยนต่อดอลลาร์ที่เคยเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม การที่กระทรวงการคลังสหรัฐเข้าร่วมถือเป็นสัญญาณว่าความกังวลต่อการอ่อนค่าของเยนมีน้ำหนักในระดับทวิภาคีมากกว่าปกติ รัฐมนตรีคลัง ซัตสึกิ คาตายามะ ระบุว่าญี่ปุ่นยังพร้อมเข้าดำเนินการเพิ่มเติมหากจำเป็น การแข็งค่าของเยนมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ฝั่งบวกช่วยลดต้นทุนนำเข้า โดยเฉพาะพลังงานที่ญี่ปุ่นพึ่งพาต่างประเทศเป็นหลัก กดแรงกดดันเงินเฟ้อลง และเพิ่มพื้นที่ให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เดินหน้าปรับนโยบายอย่างระมัดระวัง แต่เยนที่แข็งเร็วเป็นแรงกดดันต่อภาคส่งออก เนื่องจากรายได้ต่างประเทศของบริษัทอย่าง Toyota และ Sony เมื่อแปลงกลับเป็นเยนจะมีมูลค่าลดลง การแกว่งตัวจากใกล้ 164 เยนไปสู่โซนกลาง 150 ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน สะท้อนว่าค่าเงินสามารถเปลี่ยนทิศอย่างฉับพลันเมื่อปัจจัยพื้นฐานและมาตรการเชิงนโยบายหนุนไปในทางเดียวกัน