ประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ดันอัตราผลตอบแทนขึ้นแตะ 5.06% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
อัตราผลตอบแทนในการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี แตะ 5.06% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนฝั่งระยะยาวกลับขึ้นไปเหนือ 5% อีกครั้ง และยกระดับอัตราคิดลดแบบปลอดความเสี่ยงที่ใช้กับสินทรัพย์เสี่ยง อัตราผลตอบแทนระยะยาวที่สูงขึ้นทำให้ภาวะการเงินตึงตัว เพิ่มอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำที่ต้องการสำหรับเงินทุนเชิงเก็งกำไร และโดยทั่วไปกดดันสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อระยะเวลา เช่น Bitcoin การแข่งขันเพื่อแย่งชิงเงินทุนจากการออกตราสารหนี้ของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับ AI ในปริมาณมาก อาจยิ่งช่วยหนุนอัตราดอกเบี้ยระยะยาวและความไม่ชอบความเสี่ยงในระยะใกล้
ระดับผลกระทบ
● สูง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT+2.98%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▼ ขาลง
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
Odaily Planet Daily รายงานว่า การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีครั้งล่าสุดให้อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 5.06% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐกลับมายืนเหนือระดับ 5% อีกครั้ง ขณะที่ช่วงต้นปี 2022 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุใกล้เคียงกันอยู่ราว 2% นักวิเคราะห์มองว่าอัตราผลตอบแทนระยะยาวที่ปรับขึ้นสะท้อนการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยปลอดความเสี่ยง ซึ่งทำให้อัตราคิดลดของสินทรัพย์เสี่ยงสูงขึ้น และกดดันเชิงโครงสร้างต่อสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงอย่าง Bitcoin ระดับผลตอบแทนปลอดความเสี่ยงที่มากกว่า 5% ยังยกระดับเกณฑ์การเข้ามาของเงินทุนเชิงเก็งกำไร ขณะเดียวกัน ต้นทุนการระดมทุนผ่านหนี้ที่สูงขึ้นจากการขาดดุลงบประมาณที่ขยายตัว ส่งสัญญาณให้ตลาดระมัดระวังความเสี่ยงในระยะสั้น อีกปัจจัยคือการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ทำให้การแข่งขันแย่งชิงเงินทุนรุนแรงขึ้น บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังคงออกหุ้นกู้เพื่อใช้พัฒนา AI แข่งขันกับรัฐบาลสหรัฐในการดึงสภาพคล่องจากตลาด และยิ่งหนุนให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้น ตลาดจับตาระดับ 5.20% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่ทำไว้ในเดือนพฤษภาคมปีนี้ หากอัตราผลตอบแทนทะลุระดับดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยระยะยาวยังมีแนวโน้มไต่ขึ้นต่อ และเงื่อนไขทางการเงินอาจตึงตัวมากขึ้น