2026-07-21 13:03:18ทรัมป์ยอมรับเงื่อนไขจริยธรรมในร่างกฎหมาย CLARITY เดินหน้าผ่านด่านสำคัญในสภา สรุปภาพรวมตลาดด้วย AIการที่ทรัมป์ยอมรับข้อกำหนดด้านจริยธรรมในร่างกฎหมาย CLARITY Act ได้ขจัดอุปสรรคสำคัญต่อการออกกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ แบบครอบคลุม ช่วยเพิ่มความชัดเจนเกี่ยวกับเขตอำนาจของ SEC/CFTC และความเสี่ยงด้านนโยบาย อัตราต่อรองบน Polymarket ที่คาดว่ากฎหมายจะผ่านมีการฟื้นตัว สนับสนุนความต้องการรับความเสี่ยง สัญญาณด้านการวางสถานะมีความหลากหลายแต่เป็นบวก: ผู้ถือ BTC รายใหญ่มีการสะสม ขณะที่ ETF แบบสปอตของ BTC/ETH กลับมาเป็นกระแสเงินไหลเข้าสุทธิ บ่งชี้ถึงอุปสงค์จากสถาบันที่กลับมาอีกครั้ง แม้กิจกรรมการซื้อของกลุ่มคลังทรัพย์จะไม่สม่ำเสมอระดับผลกระทบ ● สูงสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบBTC/USDT+1.53%ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI▲ ขาขึ้นเทรดตอนนี้เทรดตอนนี้ →⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง21 ก.ค. นักข่าวคริปโต เอเลนอร์ เทอร์เร็ตต์ อ้างแหล่งข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ตกลงให้บรรจุข้อกำหนดด้านจริยธรรมไว้ในร่างกฎหมาย CLARITY Act (Digital Asset Market Structure Act) หลังทำเนียบขาวเห็นพ้องกับกรอบจริยธรรมของร่างกฎหมาย ส่งผลให้พ้นจากอุปสรรคใหญ่สุดของกระบวนการออกกฎกำกับคริปโตที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน แหล่งข่าวระบุว่าเนื้อหาร่างกฎหมายอาจเผยแพร่ได้เร็วสุดภายในวันเดียวกัน แม้อาจเลื่อนเล็กน้อย และจนถึงเวลารายงาน พรรคเดโมแครตยังไม่ได้เห็นข้อความฉบับจริง หลังข่าวดังกล่าว ความน่าจะเป็นบน Polymarket ที่ CLARITY Act จะถูกลงนามเป็นกฎหมายภายในปี 2026 ปรับขึ้นกลับมาอยู่ที่ 43% ขณะที่ Galaxy Research เคยประเมินว่าโอกาสผ่านในปี 2026 อยู่ในระดับสูสี ก่อนหน้านี้เมื่อ 16 ก.ค. ทรัมป์พบวุฒิสมาชิกรีพับลิกัน เบอร์นี โมเรโน และ ซินเธีย ลัมมิส พร้อมที่ปรึกษาคริปโตทำเนียบขาว แพทริก วิทท์ แต่ยังไม่บรรลุข้อตกลง กระทั่งดีลถูกสรุปโดยประธานาธิบดีเองในคืนวันจันทร์ สาระของข้อกำหนดจริยธรรมคือจำกัดเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง รวมถึงประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และสมาชิกสภาคองเกรส ไม่ให้หาผลประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างดำรงตำแหน่ง ประเด็นขัดแย้งหลักพุ่งไปที่โทเคนมีมของครอบครัวทรัมป์และ World Liberty Financial โดยเอกสารการเงินที่เปิดเผยเมื่อเดือนก่อนระบุรายได้จากคริปโตของทรัมป์ราว 1.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเคยทำให้การเจรจาชะงัก โค้งสุดท้ายก่อนพักสภาเดือนสิงหาคม หาก CLARITY Act มีผลบังคับใช้ จะเป็นกฎระเบียบระดับรัฐบาลกลางชุดแรกที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล และระบุขอบเขตอำนาจกำกับของ SEC และ CFTC ให้ชัดเจน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเคยผ่านร่างด้วยคะแนนสองพรรค 294 ต่อ 134 ในปี 2025 และคณะกรรมาธิการธนาคารของวุฒิสภาอนุมัติเมื่อ 14 พ.ค. ปีนี้ ด้วยคะแนน 15 ต่อ 9 ปัจจุบันยังค้างอยู่ที่การเจรจาขั้นสุดท้ายก่อนเข้าสู่การลงมติของวุฒิสภาทั้งสภา คาดว่าเนื้อหาร่างจะเผยแพร่ในไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนเข้าสู่วาระลงมติในวุฒิสภา โดยกรอบเวลาจำกัดอยู่ก่อนการพักสภาสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม (วุฒิสภาจะพัก 7 ส.ค. และกลับมา 14 ก.ย.) หากผ่าน จะต้องส่งกลับไปยังสภาผู้แทนฯ เพื่อพิจารณาใหม่และปรับถ้อยคำให้ตรงกัน ก่อนส่งให้ประธานาธิบดีลงนาม ช่วงกลางเดือนก.ค. การนับคะแนนในวุฒิสภาตึงตัวขึ้นชั่วคราว หลังวุฒิสมาชิกรีพับลิกันจากเซาท์แคโรไลนา ลินด์ซีย์ เกรแฮม เสียชีวิตกะทันหันคืนวันที่ 11 ก.ค. ขณะอายุ 71 ปี จากภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด ทำให้จำนวนที่นั่งรีพับลิกันในวุฒิสภาลดจาก 53 เหลือ 52 สำนักข่าว AP รายงานว่าอีกสองวันต่อมา ผู้ว่าการรัฐ เฮนรี แมคมาสเตอร์ แต่งตั้ง ดาร์ไลน์ เกรแฮม นอร์โดน น้องสาวของเกรแฮม เข้ารับตำแหน่งและสาบานตนเมื่อ 14 ก.ค. ทำให้ที่นั่งกลับมาเต็มทันที อีกด้าน วุฒิสมาชิกรีพับลิกัน มิตช์ แมคคอนเนลล์ ขาดการลงมติตั้งแต่เข้ารักษาตัววันที่ 14 มิ.ย. โดย ณ วันที่ 12 ก.ค. เขาระบุว่ายังไม่พร้อมกลับเข้าสภา และยังไม่มีความคืบหน้าต่อจากนั้น ภายใต้ขั้นตอนปิดอภิปรายตามกฎวุฒิสภา Rule 22 หากแมคคอนเนลล์ยังไม่กลับมาในช่วงลงมติ ร่างกฎหมายจะต้องได้คะแนนเดโมแครตเพิ่มเติมอย่างน้อย 8 เสียง มากกว่าจำนวนเสียงรีพับลิกันที่มาลงคะแนนจริง จึงจะผ่านได้ ทรัมป์เคยโพสต์บน Truth Social เรียกร้องให้วุฒิสภาเร่งผ่าน CLARITY Act โดยระบุว่าเพื่อเป็นเกียรติแก่เกรแฮมผู้ล่วงลับ และย้ำว่าเป็นเรื่องการไม่ปล่อยให้จีนครองความเป็นผู้นำด้านการเงินดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ความเร่งด่วนยังสะท้อนผ่านความเคลื่อนไหวด้านบุคลากรในทำเนียบขาว ที่ปรึกษาคริปโต แพทริก วิทท์ เดิมมีกำหนดหยุดงานสัปดาห์นี้เพื่อเข้าฝึกภาคบังคับกับ Georgia Army National Guard แต่การฝึกถูกเลื่อน ทำให้เขายังอยู่เพื่อผลักดันร่างกฎหมายต่อไป ขณะที่รองของเขา แฮร์รี จุง ระบุว่าจะลาออกในอีกสองสัปดาห์ "อยู่หน้าเส้นชัย" หรือ "ประเด็นช้างในห้อง" ฝั่งล็อบบี้อุตสาหกรรมส่งสัญญาณชัดเจน ซัมเมอร์ เมอร์ซิงเกอร์ ซีอีโอ Blockchain Association และอดีตกรรมาธิการ CFTC กล่าวว่า 16 ก.ค. บนเวที Injective Summit ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่าประเด็นหลักของร่างกฎหมาย "ใกล้ตกลงกันได้มากแล้ว เหลือรายละเอียดไม่กี่จุด" และชี้ว่าประเด็นจริยธรรมคือ "ช้างในห้อง" ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในตอนนี้ เธอส่งสารถึงสภาคองเกรสว่า ไม่ว่าเลือกเขียนข้อกำหนดจริยธรรมอย่างไร อุตสาหกรรมไม่ได้กังวล เพราะเป็นเรื่องการเมืองและเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ขออย่าให้มันทำลายความพยายามทั้งหมดของส่วนอื่นในร่างกฎหมาย ไรอัน แวนแกร็ก รองประธาน Coinbase และอดีตเจ้าหน้าที่ SEC กล่าวกับ CNBC ช่วงกลางเดือนก.ค. แบบตรงไปตรงมาว่า "CLARITY Act อยู่ที่เส้นหนึ่งหลา และโมเมนตัมการผ่านชัดเจน" ด้านผู้นำเสียงข้างมากวุฒิสภา จอห์น ธูน ประเมินอย่างระมัดระวังว่า "มีเส้นทางสู่ข้อตกลงจริง แต่เวลากำลังหมดลง" นัยของถ้อยแถลงเหล่านี้คือ ฝ่ายอุตสาหกรรมไม่ติดใจรายละเอียดหมวดจริยธรรม ตราบใดที่ไม่ฉุดให้ส่วนอื่นหยุดชะงัก เสียงวิจารณ์หลักมาจากเดโมแครต โดยโฟกัสว่าข้อกำหนดจริยธรรมยังไม่เข้มพอ 14 ก.ค. วุฒิสมาชิกคริส เมอร์ฟี โพสต์บน Facebook วิจารณ์ CLARITY Act ว่าเป็น "ร่างกฎหมายที่คริปโตหนุนหลังเพื่อขยายอิทธิพลต่อระบบธนาคารและเศรษฐกิจวงกว้าง" และเรียกร้องอย่างชัดเจนว่า "ต้องมีข้อห้ามประธานาธิบดีและสมาชิกครอบครัวออกคริปโตระหว่างดำรงตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นโทเคนมีมหรือสเตเบิลคอยน์..." พร้อมย้ำว่าข้อกำหนดจริยธรรมต้องครอบคลุมประธานาธิบดีและครอบครัวใกล้ชิด วุฒิสมาชิกเอลิซาเบธ วอร์เรน, แจ็ก รีด, คริส แวน ฮอลเลน และรายอื่น ระบุร่วมกันช่วงกลางเดือนก.ค. ว่า "ไม่สามารถสนับสนุน CLARITY Act เวอร์ชันปัจจุบันได้" โดยให้เหตุผลว่าต้องเพิ่มการคุ้มครองผู้บริโภค เข้มงวดด้านผลประโยชน์ทับซ้อนและจริยธรรม และเพิ่มมาตรการป้องกันการฉ้อโกงและการปั่นตลาดคริปโต ด้านวุฒิสมาชิกมาร์ก วอร์เนอร์ กล่าวตรง ๆ ว่า "ผมมองความคืบหน้าในแง่ลบมาก" สรุปตลาด: วาฬ, ETF และขยับคลังคริปโตของบริษัท วาฬบนเชน: ข้อมูล CryptoQuant ณ 20 ก.ค. ระบุว่า กระเป๋าที่ถือ 1,000–10,000 BTC สะสมสุทธิราว 66,700 BTC ในช่วง 60 วัน ถือเป็นแรงซื้อสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.พ. ขณะเดียวกัน กระเป๋าขนาดกลางที่ถือ 100–1,000 BTC ขายสุทธิราว 77,800 BTC ในช่วงเดียวกัน ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ Bitfinex ที่ให้กับ CoinDesk ระบุว่า ในสองสัปดาห์แรกของเดือนก.ค. วาฬสะสมรวมมากกว่า 270,000 BTC มูลค่าประมาณ 1.67 หมื่นล้านดอลลาร์ สปอต ETF: ข้อมูลรายสัปดาห์จาก SoSoValue ชี้ว่า Bitcoin spot ETF ในสหรัฐมีเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ เริ่มสัปดาห์ของวันที่ 15 พ.ค. โดยสัปดาห์ที่ 26 มิ.ย. ไหลออกสูงสุด 1.79 พันล้านดอลลาร์ จากนั้นกลับมาเป็นเงินไหลเข้าสุทธิในสัปดาห์ของวันที่ 10 ก.ค. ที่ 197 ล้านดอลลาร์ และสัปดาห์ของวันที่ 17 ก.ค. ไหลเข้าอีก 756.7 ล้านดอลลาร์ ส่วน Ethereum spot ETF เคลื่อนไหวใกล้เคียงกัน คือไหลออกสุทธิ 8 สัปดาห์ตั้งแต่ 15 พ.ค. ถึง 2 ก.ค. ก่อนพลิกเป็นไหลเข้าในวันที่ 10 ก.ค. และ 17 ก.ค. ที่ 84.42 ล้านดอลลาร์ และ 105 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ คลังคริปโตของบริษัท: Strategy ยังคงถือ BTC ราว 844,000 BTC โดยไม่มีการซื้อเพิ่มในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา กลางเดือนก.ค. บริษัทระดมเงินสด 263.5 ล้านดอลลาร์จากการออกหุ้น แต่ยังไม่เพิ่มการถือครอง BTC ทันที โดยใช้เงินเป็นกันชนสำหรับการจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิและดอกเบี้ย Metaplanet บริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นเพิ่มการถือ BTC อีก 2,823 BTC ในไตรมาส 2 ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 43,000 BTC ติดอันดับ 3 ของโลกในกลุ่มบริษัทมหาชน วันที่ 21 ก.ค. บริษัทย่อยของ Metaplanet ระดมทุนผ่านหุ้นกู้แปลงสภาพราว 59.5 ล้านดอลลาร์ และมีแผนซื้อ BTC ต่อเนื่อง สัปดาห์ที่แล้ว BitMine เพิ่มการถือ ETH อีก 7,430 ETH ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 5.777468 ล้าน ETH คิดเป็นราว 4.8% ของอุปทาน ETH ทั้งหมด โดย 85% ถูกนำไปสเตก และสร้างผลตอบแทนสเตกแบบอัตราต่อปีราว 247 ล้านดอลลาร์ ช่วงเดียวกันบริษัทซื้อหุ้นสามัญคืนราว 5.5 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 15.62 ดอลลาร์ ทอม ลี ระบุว่าความเร็วการซื้อชะลอลงเพราะการซื้อหุ้นคืน แต่การเพิ่มการถือครองรายสัปดาห์ยังไม่เคยหยุดตั้งแต่เริ่มยุทธศาสตร์ทุนสำรองเมื่อ 30 มิ.ย. 2025 อาร์เธอร์ เฮย์ส: Ember Monitoring ระบุว่า 15 ก.ค. ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX อาร์เธอร์ เฮย์ส ซื้อ 1,293 ETH ด้วย 2.5 ล้าน USDC ที่ราคา 1,933 ดอลลาร์ และ 20 ก.ค. ซื้อ ETH เพิ่มอีก 2.5 ล้านดอลลาร์ผ่าน FalconX และ Cumberland OTC ที่ราคา 1,876 ดอลลาร์ รวมแล้วใช้ 5 ล้าน USDC ซื้อได้ 2,625.7 ETH ต้นทุนเฉลี่ย 1,904 ดอลลาร์ เฮย์สเคยกล่าวว่ากลุ่ม AI กำลังดูดสภาพคล่องตลาด ทำให้ BTC เผชิญแรงกดดันระยะสั้น แต่เมื่อสภาพคล่องไหลกลับ ตลาดคริปโตยังมีโอกาสรีบาวด์ ที่มาข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ถือเป็นจุดยืนของ BingX และไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนจาก BingX ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไข