กองทุน ETF บิตคอยน์รับเงินไหลเข้า 170 ล้านดอลลาร์ ขณะ ETF อีเธอร์ถูกไถ่ถอน

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
กระแสเงินทุนของสปอตคริปโต ETF ในสหรัฐฯ แยกเป็นสองทาง: ผลิตภัณฑ์บิตคอยน์มีเงินไหลเข้าสุทธิ 170.09 ล้านดอลลาร์ พลิกกลับจากเงินไหลออกก่อนหน้า 265.37 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ETF อีเธอเรียมมีเงินไหลออกประมาณ 11.42 ล้านดอลลาร์ มีรายงานเงินไหลเข้าในระดับที่น้อยกว่าสำหรับ XRP และ ETF คริปโตอื่น ๆ อีกหลายรายการ แต่บิตคอยน์เป็นแรงขับเคลื่อนของอุปสงค์ดอลลาร์ที่วัดได้เกือบทั้งหมด ความแตกต่างนี้บ่งชี้ว่าการจัดสรรเป็นรายสินทรัพย์มากกว่าการเปิดรับความเสี่ยงในวงกว้างแบบ risk-on ทั่วทั้งกลุ่มยานพาหนะการลงทุนที่ให้การเปิดรับคริปโต
ระดับผลกระทบ
● ปานกลาง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT+1.08%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
● Neutral
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
ข้อมูลการไหลเข้าออกของกองทุนคริปโต ETF ในสหรัฐฯ วันที่ 3 ส.ค. ออกมาแบบผสม โดยแรงซื้อกลับมาอยู่ฝั่งบิตคอยน์ ขณะที่อีเธอร์และ HYPE เผชิญแรงไถ่ถอน ส่วน XRP ยังมีเงินไหลเข้า SoSoValue ระบุว่า ETF บิตคอยน์มีเงินไหลเข้าสุทธิ 170.09 ล้านดอลลาร์ หลังจากรอบก่อนหน้าวันที่ 31 ก.ค. เคยถูกไถ่ถอนออก 265.37 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการกลับทิศทางภายในหนึ่งรอบการซื้อขาย แต่ยังไม่เพียงพอจะชี้แนวโน้มระยะยาว เพราะกระแสเงิน ETF รายวันผันผวนได้ตามการสร้างและไถ่ถอนหน่วยลงทุน ด้านปริมาณเหรียญ SoSoValue บันทึกว่ามีบิตคอยน์ 2,657 BTC ไหลเข้าสู่กองทุนที่จดทะเบียน คิดเป็นมูลค่าราว 170.09 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ETF อีเธอร์มีอีเธอร์ 5,805 ETH ไหลออก คิดเป็นประมาณ 11.42 ล้านดอลลาร์ สวนทางกับรอบก่อนที่เป็นบวก ฝั่ง XRP มีเหรียญไหลเข้า 1.06 ล้านโทเคน มูลค่าประมาณ 1.15 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุน HYPE มีเหรียญไหลออก 17,770 โทเคน มูลค่าราว 964,320 ดอลลาร์ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิง Solana, Chainlink, BNB, Avalanche, Polkadot, Dogecoin และ Litecoin รายงานว่าเป็นบวกในเชิงกระแสรายวัน แต่ชุดข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ให้ยอดเงินดอลลาร์รวมครบถ้วน ภาพรวมสะท้อนว่ามูลค่าเงินไหลเข้าที่รายงานส่วนใหญ่แทบทั้งหมดมาจากบิตคอยน์ โดยแม้ความต้องการ XRP ยังเป็นบวก แต่สัดส่วนยังเล็กมากเมื่อเทียบกับบิตคอยน์ ข้อมูลย้อนกลับวันที่ 31 ก.ค. แสดงว่า ETF อีเธอร์มีเงินไหลเข้าสุทธิ 4,834 ETH มูลค่าประมาณ 9.03 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะกลับมาเป็นไหลออกในรอบถัดมา ความต่างทิศทางระหว่างบิตคอยน์กับอีเธอร์ทำให้ยังเห็นแรงซื้อไม่ได้กระจายครอบคลุมทั้งหมวดคริปโต ETF BlackRock ระบุว่า iShares Bitcoin Trust ETF ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับความเคลื่อนไหวของราคาบิตคอยน์ผ่านการซื้อขายหุ้นในตลาด ลดภาระการจัดการกระเป๋าและการดูแลสินทรัพย์โดยตรงสำหรับนักลงทุนผ่านโบรกเกอร์ โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) อนุมัติผลิตภัณฑ์สปอตบิตคอยน์แบบซื้อขายในตลาดตั้งแต่เดือน ม.ค. 2024 และอดีตประธาน Gary Gensler เคยย้ำว่าการอนุมัติดังกล่าวครอบคลุม "ผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียน" ไม่ใช่ตัวบิตคอยน์เอง SEC ได้ขยายกรอบการดำเนินงานของตลาดในเดือน ก.ค. 2025 โดยอนุญาตให้มีการสร้างและไถ่ถอนหน่วยลงทุนแบบ in-kind ผ่านผู้เข้าร่วมที่ได้รับอนุญาต (authorized participants) ขณะที่กรรมาธิการ SEC Mark Uyeda มองว่าการไถ่ถอนแบบเงินสดเพียงอย่างเดียวเคยเพิ่มต้นทุนธุรกรรมและความเสี่ยงด้านส่วนต่างราคา (price slippage) การทำธุรกรรมแบบ in-kind ช่วยให้สถาบันที่เข้าเกณฑ์สามารถแลกสินทรัพย์อ้างอิงกับหน่วยกองทุนได้โดยตรง ซึ่งสำคัญต่อการตีความตัวเลขกระแสเงิน เพราะตัวเลขไหลเข้าออกสะท้อนการสร้าง/ไถ่ถอนหน่วยกองทุน ไม่จำเป็นต้องเท่ากับการซื้อของรายย่อยภายในวันเดียว ฝ่าย Division of Corporation Finance ของ SEC ระบุว่าผลิตภัณฑ์คริปโตที่ซื้อขายในตลาดมักถือสินทรัพย์สปอตหรืออนุพันธ์ที่เกี่ยวข้อง และกำหนดให้ผู้ออกกองทุนอธิบายเรื่องการดูแลสินทรัพย์ การประเมินมูลค่า กระบวนการสร้างและไถ่ถอน รวมถึงความเสี่ยงสำคัญ เพื่อช่วยให้นักลงทุนเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ได้มากกว่าดูแค่ยอดไหลเข้าออกในแต่ละวัน เนื่องจากตัวเลขบวกอาจเกิดจากการปรับพอร์ต อาร์บิทราจ หรือดีมานด์จาก authorized participants จึงไม่ควรตีความว่าเป็นการสะสมของสถาบันอย่างต่อเนื่องจากข้อมูลวันเดียว สำหรับฝั่งอีเธอร์ BlackRock ระบุว่า iShares Ethereum Trust ETF มีเป้าหมายสะท้อนผลตอบแทนตามราคาอีเธอร์ โดยถือสถานะอ้างอิงสินทรัพย์ดั้งเดิมของเครือข่าย Ethereum ในโครงสร้างที่ซื้อขายในตลาด และยังมีกองทุนอีเธอร์แบบมี staking แยกต่างหาก ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นการผสานการอ้างอิงราคาอีเธอร์กับผลตอบแทนจาก staking ปัจจัยอย่างค่าธรรมเนียม สภาพคล่อง การมี/ไม่มี staking และข้อกำหนดการลงทุนของพอร์ต อาจทำให้กระแสเงินในกลุ่ม ETF อีเธอร์แตกต่างกันได้ CoinShares เคยรายงานรูปแบบการแยกทิศทางตามสินทรัพย์ในปี 2026 โดยรายงานวันที่ 5 พ.ค. ระบุว่าบิตคอยน์มีเงินไหลเข้า แต่อีเธอร์มีเงินไหลออก แม้จะไม่ได้อธิบายเหตุการณ์วันที่ 3 ส.ค. โดยตรง แต่ตอกย้ำว่ากระแสเงินในผลิตภัณฑ์คริปโตมักแยกกันเป็นรายสินทรัพย์เมื่อภาวะตลาดไม่สม่ำเสมอ ตลาดจะจับตาข้อมูลรอบถัดไปว่า ETF บิตคอยน์จะรักษาเงินไหลเข้าได้ต่อเนื่องหลายวันหรือไม่ ขณะที่ ETF อีเธอร์ต้องพิสูจน์หลังกลับมาเป็นไหลออกอีกครั้ง หากยังติดลบต่อเนื่องจะยืนยันภาพดีมานด์ระยะสั้นที่อ่อนลง โดยอัปเดตวันซื้อขายถัดไปของ SoSoValue ถือเป็นตัวเร่งที่ตรวจสอบได้ชัดเจนที่สุด และข้อมูลการสร้างหน่วยระดับกองทุนจะช่วยบอกได้ว่าแรงซื้อบิตคอยน์กระจายไปหลายผลิตภัณฑ์มากน้อยเพียงใด