SEC-CFTC ลงนามข้อตกลงประสานงาน เดินหน้าปรับกฎตลาดออนเชนให้ทันสมัย

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
พอล แอทคินส์ ประธาน SEC ได้สรุปโครงการ Project Crypto เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบของสหรัฐฯ ให้ทันสมัยสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลและตลาดออนเชน และยืนยันบันทึกความร่วมมือด้านการประสานงานระหว่าง SEC-CFTC เพื่อทำให้นิยามสอดคล้องกันและลดช่องว่างในการกำกับดูแล ความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่มากขึ้นและการกำกับดูแลแบบบูรณาการสามารถลดความไม่แน่นอนด้านการปฏิบัติตามกฎสำหรับผู้ออกโทเคนและสถานที่ซื้อขาย ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อโครงสร้างตลาด การปฏิรูปการทบทวน IPO แยกต่างหากอาจสนับสนุนความอยากรับความเสี่ยงได้เล็กน้อย แต่ผลกระทบหลักคือการลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบคริปโต
ระดับผลกระทบ
● สูง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT+0.79%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▲ ขาขึ้น
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
พอล เอส. แอตกินส์ ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ระบุว่าโครงการ Project Crypto ถูกออกแบบมาเพื่อปรับปรุงกฎเกณฑ์สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลและตลาดการเงินบนบล็อกเชน (onchain) ให้ทันสมัย พร้อมย้ำว่า SEC และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ได้ลงนามข้อตกลงเพื่อยกระดับการประสานงานด้านกำกับดูแลและลดช่องว่างการกำกับดูแลระหว่างหน่วยงาน แอตกินส์กล่าวสุนทรพจน์ที่ The Economic Club of New York ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 โดยระบุว่า SEC ได้เดินหน้าสนับสนุนนโยบายคริปโตของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่าน Project Crypto ควบคู่กับการทำงานร่วมกับ CFTC อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น แอตกินส์เผยว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา SEC ได้เร่งปรับปรุงกรอบกำกับดูแลด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของทรัมป์ในการผลักดันให้สหรัฐฯ เป็น "ศูนย์กลางคริปโตของโลก" โดย Project Crypto จะมุ่งปรับกฎของ SEC ให้รองรับตลาดที่กำลังย้ายไปทำธุรกรรมบนเชนมากขึ้น นอกจากนี้ SEC ยังออกแนวทางเพื่อให้ผู้ออกสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถประเมินได้ล่วงหน้าว่าโทเคนเข้าข่ายอยู่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์หรือไม่ ก่อนดำเนินการใดๆ แอตกินส์ย้ำว่าความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์เป็นเงื่อนไขจำเป็นต่อการทำงานของตลาด ไม่ใช่สิทธิประโยชน์ให้ภาคอุตสาหกรรม แต่เป็นข้อกำหนดเพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ในส่วนความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน แอตกินส์ระบุว่า SEC และ CFTC ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อใช้เป็นกรอบในการทำให้คำนิยามสำคัญของทั้งสองหน่วยงานสอดคล้องกัน และเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงาน โดยข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายปิดช่องว่างการกำกับดูแลที่เคยเกิดขึ้น และวางโครงสร้างที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม แอตกินส์ยังกล่าวถึงการปฏิรูปกฎเกี่ยวกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) โดยระบุว่า SEC เริ่มทยอยลดอุปสรรคที่ทำให้บริษัทลังเลจะเข้าตลาดทุน ปัจจุบันหน่วยงานใช้หลัก "สาระสำคัญ (materiality)" เป็นแกนในการพิจารณาข้อกำหนดของบริษัทจดทะเบียน เพื่อทำให้การเป็นบริษัทมหาชนเป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้สำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต ไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย