Schwab ขยายบริการคริปโต เพิ่ม Solana, Avalanche และ Chainlink

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
Charles Schwab วางแผนขยายแพลตฟอร์ม Schwab Crypto สำหรับลูกค้ารายย่อยในสหรัฐฯ ให้ครอบคลุมมากกว่า BTC และ ETH โดยจะเพิ่ม SOL, AVAX และ LINK ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อขยายการเข้าถึงผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของโบรกเกอร์รายใหญ่ การเคลื่อนไหวดังกล่าวบ่งชี้ถึงการยอมรับในกระแสหลักที่เพิ่มขึ้นทีละน้อย และอาจช่วยสนับสนุนสภาพคล่องและการรับรู้สำหรับโทเคนที่เพิ่งถูกเพิ่มรายชื่อ แม้ว่าเรื่องกำหนดเวลา ฟังก์ชันการโอน และฟีเจอร์อย่างการสเตกกิ้งยังไม่ชัดเจน และอาจทำให้การต่อยอดในระยะใกล้ชะลอลง
ระดับผลกระทบ
● ปานกลาง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
SOL/USDT+12.60%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · SOL/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▲ ขาขึ้น
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
Charles Schwab เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ว่าเตรียมขยายบริการ Schwab Crypto บนแพลตฟอร์มซื้อขายสำหรับลูกค้ารายย่อยในสหรัฐฯ จากเดิมที่รองรับเพียง Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) โดยจะเพิ่ม Solana (SOL), Avalanche (AVAX) และ Chainlink (LINK) "ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า" ยังไม่ระบุวันเริ่มให้บริการที่แน่นอน และไม่ได้ยืนยันว่าจะเปิดให้ซื้อขายทั้ง 3 โทเคนพร้อมกันหรือทยอยเปิดเป็นเฟสเหมือนช่วงเปิดตัวผลิตภัณฑ์คริปโตชุดแรก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้เมนูสินทรัพย์สำหรับซื้อขายโดยตรงของ Schwab Crypto เพิ่มจาก 2 รายการเป็น 5 รายการ บริษัทระบุว่าเลือก SOL, AVAX และ LINK จากความสนใจของลูกค้าและภาพรวมตลาดที่มีความเป็นที่ยอมรับของสินทรัพย์ แต่ไม่ได้เปิดเผยเกณฑ์การคัดเลือกอย่างละเอียดหรือข้อจำกัดการซื้อขาย Joe Vietri หัวหน้าธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของ Schwab กล่าวว่าการเพิ่มทางเลือกจะช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดสรรพอร์ตสินทรัพย์ดิจิทัลควบคู่กับประสบการณ์การลงทุนและการธนาคารที่คุ้นเคยบน Schwab ด้านโครงสร้างการให้บริการ Schwab Crypto ใช้ Paxos เป็นผู้ให้บริการด้านการส่งคำสั่งซื้อขายและ sub-custody ขณะที่ Schwab Premier Bank เป็นผู้ถือครองสินทรัพย์ของลูกค้า เมื่อ Schwab เปิดบริการซื้อขายโดยตรงในช่วงต้นปี 2026 บริษัทกำหนดค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ 75 เบซิสพอยต์ (0.75%) ระดับดังกล่าวต่ำกว่าที่รายงานว่า Fidelity คิดประมาณ 1% และสูงกว่าโครงการนำร่องของ E*Trade ภายใต้ Morgan Stanley ที่ 0.5% ลูกค้าสามารถดูพอร์ตคริปโตร่วมกับหุ้น พันธบัตร และ ETF ได้บน Schwab.com, Schwab Mobile และ thinkorswim Schwab ระบุว่าความต้องการของลูกค้าจะเป็นตัวกำหนดการเพิ่มสินทรัพย์ในอนาคต และคาดว่าจะเพิ่มรายการอื่นๆ ต่อไป แต่ยังไม่เปิดเผยรายชื่อโทเคนที่อยู่ระหว่างพิจารณา สินทรัพย์ที่ผู้ใช้บางส่วนเรียกร้อง เช่น XRP, Hyperliquid และ Zcash ไม่ได้อยู่ในประกาศครั้งนี้ โดยบริษัทไม่ได้ชี้แจงว่าเกิดจากเหตุผลด้านกฎระเบียบ สภาพคล่อง หรือปัจจัยอื่น ช่วงเปิดตัวบริการเดิมยังไม่รองรับการฝากหรือถอนคริปโตจากภายนอก Schwab ระบุว่าได้เริ่มทดสอบการโอนคริปโตแล้ว ซึ่งอาจนำไปสู่การเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ระหว่างบัญชีนายหน้าและแพลตฟอร์มภายนอกในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทยังไม่ยืนยันว่าจะรองรับ staking การถอนแบบ on-chain หรือการฝาก-ถอนสำหรับ SOL, AVAX และ LINK ตั้งแต่วันเริ่มให้บริการหรือไม่ Schwab Crypto ยังไม่เปิดให้บริการแก่ลูกค้าในนิวยอร์ก หลุยเซียนา ดินแดนของสหรัฐฯ และตลาดต่างประเทศ และบริษัทไม่ได้ระบุว่าจะขยายพื้นที่ให้บริการพร้อมกับการเพิ่มโทเคนหรือไม่ ลูกค้าต้องเปิดบัญชี Schwab Crypto แยกต่างหากและผูกกับความสัมพันธ์หลักกับ Schwab โดยการดูแลสินทรัพย์ยังอยู่กับ Schwab Premier Bank และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่การถือครองด้วยตนเอง (self-custody) ในฝั่งสถาบัน Schwab ระบุว่ากำลังเตรียมบริการสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับที่ปรึกษาการลงทุนที่จดทะเบียน (RIA) โดยมีกรอบเวลาเป้าหมายเบื้องต้นช่วงกลางปี 2027 สำหรับ spot trading การโอน และการรับฝากทรัพย์สิน พร้อมย้ำว่ากำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ปัจจุบันที่ปรึกษาจำนวนมากยังใช้ผลิตภัณฑ์คริปโตแบบ ETP เพื่อให้ลูกค้าได้รับความเสี่ยงต่อสินทรัพย์ดิจิทัล โดย Rick Wurster ซีอีโอของ Schwab ระบุว่าลูกค้าถือครองคริปโต ETP ผ่านบริษัทคิดเป็นมูลค่าราว 25,000 ล้านดอลลาร์ ด้านขนาดธุรกิจ Schwab รายงาน ณ สิ้นไตรมาส 2 มีสินทรัพย์ของลูกค้า 13.1 ล้านล้านดอลลาร์ มีบัญชีนายหน้าที่ใช้งานอยู่ 39.8 ล้านบัญชี รายได้ไตรมาสอยู่ที่ 7.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบปีก่อน และจำนวนธุรกรรมเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 57% เป็น 11.9 ล้านรายการ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนฐานลูกค้าขนาดใหญ่ซึ่งอาจเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงคริปโตสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการเปิดบัญชีในเอ็กซ์เชนจ์แยกต่างหาก ก่อนหน้านี้ E*Trade เคยนำร่องให้ซื้อขาย Solana ร่วมกับ Bitcoin และ Ethereum ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการขยายบริการของ Schwab โดยบริการคริปโตของ E*Trade ใช้โครงสร้างพื้นฐานจาก Zerohash ส่วน Schwab พึ่งพา Paxos ตลาดตอบรับข่าวอย่างรวดเร็ว หลังประกาศ SOL ซื้อขายใกล้ระดับ 104.84 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 9% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยมีกรอบราคาภายในวันราว 95.23–105.55 ดอลลาร์ และปริมาณซื้อขายตามรายงานเพิ่มขึ้นราว 70% AVAX ปรับขึ้นราว 2% ภายใน 1 ชั่วโมง ขณะที่ LINK เพิ่มขึ้นมากกว่า 2% และมากกว่า 5% ในกรอบ 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ความแข็งแกร่งของตลาดคริปโตโดยรวมอาจมีส่วนหนุน ทำให้ยากที่จะสรุปว่าการปรับขึ้นเกิดจากข่าวของ Schwab เพียงปัจจัยเดียว โดยสรุป สำหรับนักลงทุนรายย่อยในสหรัฐฯ การขยายบริการของ Schwab ทำให้มีอีกหนึ่งช่องทางที่อยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลและมีธนาคารหนุนหลังในการซื้อ SOL, AVAX และ LINK บนแพลตฟอร์มเดียวกับที่ใช้ซื้อขายหุ้นและกองทุน แม้ยังต้องรอการเปิดให้บริการจริงและรายละเอียดด้านปฏิบัติการอีกหลายเรื่องยังไม่ชัดเจน ทิศทางการเพิ่มสินทรัพย์ในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า และตลาดจะจับตาว่า Schwab จะขยายความสามารถด้านการโอนสินทรัพย์ การทำ staking หรือการเพิ่มพื้นที่ให้บริการมากขึ้นเพียงใดเมื่อผลิตภัณฑ์คริปโตของบริษัทพัฒนาไปอีกขั้น