ญี่ปุ่นจัดสถานะคริปโตเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เปิดทาง ETF แบบสปอตและภาษีราว 20%

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านการแก้ไขกฎหมายเพื่อจัดประเภทคริปโตใหม่ให้เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยตราสารทางการเงินและการแลกเปลี่ยน ซึ่งเอื้อให้เกิดกรอบสำหรับกองทุน ETF คริปโตแบบสปอตภายในประเทศ และระบอบภาษีแยกต่างหากราว 20% (มีผลบังคับใช้ประมาณปี 2028) การเปลี่ยนแปลงนี้นำไปสู่กฎว่าด้วยพฤติกรรมในตลาดที่เข้มงวดขึ้น (รวมถึงการห้ามซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายใน) การเปิดเผยข้อมูลของผู้ออกตราสาร และบทลงโทษที่สูงขึ้นสำหรับกิจกรรมที่ไม่ได้จดทะเบียน โดยรวมแล้ว นี่เป็นสัญญาณของการพัฒนากฎระเบียบที่มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ซึ่งสามารถสนับสนุนการมีส่วนร่วมของสถาบันในวงกว้างขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ต้นทุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดเข้มงวดขึ้น
ระดับผลกระทบ
● สูง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT+0.12%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▲ ขาขึ้น
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
ญี่ปุ่นเดินหน้าดันสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลัก โดยผ่านการแก้ไขกฎหมาย Financial Instruments and Exchange Act (FIEA) ครั้งใหญ่ เพื่อจัดให้ “สินทรัพย์คริปโต” อยู่ในหมวดผลิตภัณฑ์ทางการเงิน วางฐานสำหรับภาษีที่ต่ำลง การออก ETF แบบสปอต และการกำกับดูแลตลาดที่เข้มงวดขึ้น NHK รายงานว่า สภาสูงของญี่ปุ่นให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขดังกล่าวเมื่อวันพุธ ทำให้กฎหมายผ่านกระบวนการนิติบัญญัติครบถ้วน กฎหมายใหม่กำหนดหมวดทางกฎหมายเฉพาะสำหรับคริปโตเคียงข้างหุ้นและตราสารหนี้ จากเดิมที่สินทรัพย์ดิจิทัลถูกกำกับภายใต้ Payment Services Act ในฐานะ “วิธีการชำระเงิน” มากกว่า “ผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุน” ด้านกฎเกณฑ์พฤติกรรมตลาด การแก้ไขกฎหมายจะเพิ่มข้อห้ามการใช้ข้อมูลภายในในการทำธุรกรรมคริปโต กำหนดให้ผู้ออกคริปโตบางประเภทต้องเปิดเผยข้อมูลเป็นรายปี และเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับการจดทะเบียน CoinPost ระบุว่า บทลงโทษสำหรับการประกอบธุรกิจโดยไม่จดทะเบียนจะรุนแรงขึ้นอย่างมาก โดยโทษจำคุกสูงสุดเพิ่มจาก 3 ปีเป็น 10 ปี และค่าปรับเพิ่มจาก 3 ล้านเยนเป็น 10 ล้านเยน (ราว 18,500 ดอลลาร์ → 61,600 ดอลลาร์) ในมิติภาษีและ ETF กฎหมายเปิดทางให้มี “ระบบภาษีแยก” สำหรับกำไรจากคริปโต โดยมีอัตราภาษีที่มีผลจริงราว 20% และอนุญาตให้ขาดทุนยกไปหักล่วงหน้าได้ 3 ปี นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากแนวปฏิบัติปัจจุบันที่จัดกำไรคริปโตเป็นรายได้เบ็ดเตล็ด และอาจถูกเก็บภาษีสูงสุดราว 55% CoinPost รายงานว่า บทบัญญัติด้านภาษีคาดว่าจะมีผลในเดือนมกราคม 2028 เนื่องจากกำหนดเริ่มบังคับใช้จริงอยู่ในปีงบประมาณ 2027 ขณะเดียวกัน การแก้ไขกฎหมายยังสร้างกรอบทางกฎหมายสำหรับ ETF คริปโตแบบสปอตในประเทศ โดยมีรายงานว่า Japan Exchange Group อาจพิจารณาจดทะเบียน ETF ในประเทศได้เร็วสุดในปี 2027 และคาดว่าสถาบันการเงินดั้งเดิมจะเป็นผู้ออกผลิตภัณฑ์ ส่วนการอนุมัติ Spot Bitcoin ETF ยังไม่มีการยืนยัน กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปีนับจากวันที่ประกาศใช้ โดยรายละเอียดการดำเนินการและหลักเกณฑ์กำกับดูแลจะถูกกำหนดผ่านกฎหมายลำดับรองของคณะรัฐมนตรีและแนวปฏิบัติของหน่วยงานกำกับ ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลและสตาร์ทอัพ โดยนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ระบุว่า Web3 เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์นวัตกรรมระดับชาติ ไม่ใช่โครงการคริปโตแบบแยกส่วน ขณะที่แพ็กเกจสนับสนุนสตาร์ทอัพแบบครบวงจรปี 2025 และแผน 5 ปี ตั้งเป้าเพิ่มเงินทุนให้สตาร์ทอัพ โดยมีเป้าหมายการลงทุนในสตาร์ทอัพราว 10 ล้านล้านเยนต่อปีภายในปีงบประมาณ 2027 ประเด็นสำคัญของการย้ายคริปโตมาอยู่ภายใต้ FIEA คือการลดช่องว่างระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลกับการเงินดั้งเดิม นักลงทุนอาจได้ประโยชน์จากภาษีที่ต่ำลงและผลิตภัณฑ์ ETF ใหม่ ขณะที่แพลตฟอร์มซื้อขายและผู้ออกสินทรัพย์ต้องรับภาระการเปิดเผยข้อมูลและกฎพฤติกรรมตลาดที่เข้มขึ้น รวมถึงบทลงโทษที่หนักขึ้นเมื่อไม่ปฏิบัติตาม เพื่อดึงสถาบันเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นควบคู่กับการยกระดับความโปร่งใสและความเป็นธรรมของตลาด แหล่งข่าว: NHK, CoinPost