2026-08-04 14:57:44Galaxy Research เตือนช่องโหว่กระเป๋า Coldcard อาจทำให้สูญเสียเกิน 2,000 BTC สรุปภาพรวมตลาดด้วย AIGalaxy Research ระบุช่องโหว่ของกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ Coldcard ที่เชื่อมโยงกับการสร้างตัวเลขสุ่มที่ผิดพลาดในเฟิร์มแวร์บางเวอร์ชัน โดยยืนยันการขโมยแล้ว 1,596 BTC และอาจมีความสูญเสียรวมสูงถึงราว ~2,055 BTC หากมีการยืนยันการโจมตีเพิ่มเติมที่สงสัยอีกกรณี Coinkite ได้ออกอัปเดตเร่งด่วนแล้ว แต่รายงานดังกล่าวยกระดับความกังวลด้านการปฏิบัติการและความเสี่ยงด้านการดูแลสินทรัพย์ในบิตคอยน์ ซึ่งอาจกดดันความเชื่อมั่นระยะสั้น แม้ว่ามีรายงานว่าเหรียญที่ถูกขโมยส่วนใหญ่ยังคงไม่ถูกเคลื่อนย้ายระดับผลกระทบ ● ปานกลางสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบBTC/USDT+1.16%ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI▼ ขาลงเทรดตอนนี้เทรดตอนนี้ →⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวังความกังวลในอุตสาหกรรมคริปโทเพิ่มขึ้น หลังพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ โดย Galaxy Research หน่วยวิจัยของ Galaxy Digital ระบุว่า ความเสียหายรวมจากช่องโหว่ในกระเป๋า Coldcard อาจสูงกว่า 2,000 บิตคอยน์ รายงานวิเคราะห์ของ Galaxy Research ประเมินว่า ความสูญเสียอาจอยู่ที่ราว 2,055 BTC หรือมากกว่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามราคาปัจจุบัน ข้อมูลที่ยืนยันแล้วจนถึงขณะนี้พบว่ามีการขโมยไปแล้วรวม 1,596 BTC จากการโจมตีใหญ่ 3 ครั้ง และเหตุการณ์ย่อยอีก 14 กรณี โดยกระทบที่อยู่บิตคอยน์ประมาณ 7,300 รายการ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ต้นตอของช่องโหว่มาจากข้อบกพร่องในกลไกการสร้างเลขสุ่ม (random number generation) ที่อุปกรณ์ Coldcard ใช้งาน ซึ่งมีผลกับเฟิร์มแวร์บางเวอร์ชันในรุ่น Coldcard Mk3, Mk4, Mk5 และ Coldcard Q ด้าน Coinkite ผู้ผลิตอุปกรณ์ได้ออกอัปเดตซอฟต์แวร์แบบเร่งด่วนหลังตรวจพบปัญหา พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้งานอัปเดตอุปกรณ์โดยเร็ว Galaxy Research ยังระบุว่ามีหลักฐานชี้ชัดถึงการโจมตีครั้งที่ 4 ซึ่งยังไม่ยืนยันสมบูรณ์ และเชื่อว่าใช้วิธีเดียวกัน หากนับรวมเหตุการณ์นี้ ยอดบิตคอยน์ที่ถูกขโมยอาจแตะ 2,055 BTC ทีมสืบสวนระบุว่าได้ทำงานประสานกับหน่วยงานสืบสวนของรัฐบาลกลางและแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทหลายแห่งในสหรัฐฯ เพื่อระบุตัวผู้โจมตีและติดตามความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ที่ถูกขโมย อีกประเด็นสำคัญคือ เงินที่ถูกขโมยจำนวนมากยังไม่ถูกย้ายออกไป โดยข้อมูลของ Galaxy Research ระบุว่า ราว 90% ของบิตคอยน์ที่ถูกขโมยยังคงอยู่ในที่อยู่เดิม นักวิเคราะห์มองว่าอาจสะท้อนว่าผู้โจมตียังไม่เริ่มฟอกเงินหรือเทขายสินทรัพย์ "นี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน" ที่มาข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ถือเป็นจุดยืนของ BingX และไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนจาก BingX ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไข