ช่องโหว่ Coldcard ลุกลามกว่าคาด: ยืนยันถูกขโมยแล้ว 1,719 BTC มูลค่า 111 ล้านดอลลาร์ พบรูปแบบโจมตีเกิน 25 แบบ

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
Galaxy Research รายงานว่ามีการยืนยันการโจรกรรมอย่างน้อย 1,719 BTC (~$111m) ที่เชื่อมโยงกับช่องโหว่ของเฟิร์มแวร์ Coldcard ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระเป๋าเงินที่สร้างหลังวันที่ 17 มี.ค. 2021 โดยความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นอาจเกิน $130m รูปแบบการโจมตีกว่า 25 รูปแบบในสามระลอกบ่งชี้ว่ามีผู้คุกคามหลายรายและมีการเปิดเผยความเสี่ยงในวงกว้างกว่าที่ประเมินไว้ในตอนแรก แม้เครือข่ายหลักของ Bitcoin จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่เหตุการณ์นี้อาจกดดันความเชื่อมั่นในระยะใกล้และตอกย้ำพรีเมียมความเสี่ยงของกระเป๋าเงินและการรับฝากทรัพย์สิน
ระดับผลกระทบ
● ปานกลาง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT+0.45%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▼ ขาลง
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
กรณีช่องโหว่กระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ Coldcard อาจมีขนาดความเสียหายใหญ่กว่าที่ประเมินไว้ในช่วงแรก หลังนักสืบยืนยันแล้วว่ามี Bitcoin (BTC) อย่างน้อย 1,719 BTC หรือราว 111 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกขโมยจากเหยื่อของเหตุการณ์นี้ Galaxy Research ระบุว่ายังมีเหรียญต้องตรวจสอบเพื่อยืนยันเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก และประเมินว่ามูลค่าความเสียหายรวมมีแนวโน้มเกิน 130 ล้านดอลลาร์ หากกรณีที่เข้าข่ายน่าสงสัยแต่ยังไม่ยืนยันในรายการปัจจุบันถูกยืนยันในภายหลัง ยอดรวมอาจทะลุ 2,300 BTC ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าเหตุเกิดจากข้อบกพร่องใน Coldcard บางเครื่องที่ใช้เฟิร์มแวร์ซึ่งปล่อยหลังวันที่ 17 มีนาคม 2021 โดยช่องโหว่อาจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยหรือกระบวนการสร้าง "seed" ของกระเป๋าเงิน ซึ่ง seed ทำหน้าที่เป็นกุญแจหลักของกระเป๋า Bitcoin ทำให้ผู้โจมตีที่สามารถสร้าง seed ซ้ำได้ เข้าถึงเงินได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงตัวอุปกรณ์ Coldcard ทางกายภาพ วันที่ปล่อยเฟิร์มแวร์มีนัยสำคัญ เพราะผู้ตรวจสอบไม่พบเหรียญที่ถูกขโมยจากกระเป๋าที่สร้างก่อนช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ยังตรวจพบรูปแบบการโจมตีมากกว่า 25 รูปแบบใน 3 ระลอก สะท้อนความเป็นไปได้ว่ามีผู้คุกคามหลายกลุ่มใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ ด้านความเสียหายต่อผู้ใช้ ปัจจุบันมีเหยื่อรายงานแล้วมากกว่า 250 ราย แต่จำนวนที่อยู่ (addresses) ที่ได้รับผลกระทบอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากผู้ใช้หนึ่งรายอาจมีหลายกระเป๋า Galaxy Research ย้ำว่าไม่ใช่กระเป๋า Coldcard ทุกใบที่เสี่ยง โดยรุ่นที่ดูมีความเปราะบาง ได้แก่ Mk3, Mk4, Mk5 และ Q ซึ่งรันเฟิร์มแวร์ที่ปล่อยหลังวันที่ 17 มีนาคม 2021 สำหรับไทม์ไลน์ Galaxy Research ระบุว่าเหตุโจมตีเริ่มเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม โดยผู้โจมตีดูดเหรียญราว 594 BTC มูลค่าประมาณ 38 ล้านดอลลาร์ จากกระเป๋า 500 ใบภายใน 15"26 นาที สร้างความตื่นตระหนกในชุมชน Bitcoin แต่เครือข่ายหลักของ Bitcoin ไม่ได้รับผลกระทบ สรุป: Galaxy Research พบรูปแบบการโจมตีมากกว่า 25 แบบใน 3 ระลอก และหากเคสที่ยังไม่ยืนยันถูกยืนยันเพิ่มเติม ความเสียหายรวมอาจเกิน 2,300 BTC