เจ้าหน้าที่เฟดปรับท่าที ดันคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางเงินเฟ้อเร่งตัว
ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50%–3.75% ในการประชุมคณะกรรมการ FOMC วันที่ 17 มิถุนายน แต่สัญญาณรอบการตัดสินใจเริ่มเปลี่ยนชัดเจน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่เฟด 9 จาก 19 คนคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสิ้นปี 2026 และในจำนวนนี้ 6 คนมองว่าอาจต้องปรับขึ้นหลายครั้ง แตกต่างจากเมื่อ 3 เดือนก่อนที่ไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยเลย
ตลาดเริ่มให้น้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch สะท้อนว่านักลงทุนกำหนดความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ก่อนเดือนธันวาคมไว้ราว 66%–77% โดยโอกาสดังกล่าวขยับขึ้นเหนือ 70% หลังตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดออกมา เงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม 2026 อยู่ที่ 4.2% สูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่รายงาน Summary of Economic Projections (SEP) ฉบับปรับปรุงระบุค่ากลาง (median) ของการเติบโต GDP จริงปี 2026 ที่ 2.2% และคาดเงินเฟ้อ PCE ที่ 3.6%
ท่าทีที่เปลี่ยนเร็วของเฟดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่นาน เมื่อ 3 เดือนก่อน ตลาดยังถกกันว่าเฟดจะกลับไปลดดอกเบี้ยได้เมื่อไร แต่ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมได้เปลี่ยนบรรยากาศการประเมินอย่างมีนัยสำคัญ การขยับจาก "0" คนที่คาดขึ้นดอกเบี้ยเป็น "9" คนภายในไตรมาสเดียว นับเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่แรงในประวัติศาสตร์ FOMC ช่วงหลัง
สำหรับนักลงทุนคริปโท การขึ้นดอกเบี้ยมักทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยน่าดึงดูดขึ้น เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับสูง ต้นทุนโอกาสของการถือ Bitcoin หรือสินทรัพย์ผันผวนอื่นจะเพิ่มขึ้น ภาพนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในวัฏจักรคุมเข้มปี 2022–2023 เมื่อเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยจนมูลค่าตลาดคริปโทหายไปหลายล้านล้านดอลลาร์
ในเชิงกลยุทธ์ ระยะของผลลัพธ์ที่เป็นไปได้กว้างขึ้นอย่างมาก เมื่อ 3 เดือนก่อน การคาดการณ์ของเฟดกระจุกตัวใกล้ระดับคงที่ถึงปรับลด แต่ปัจจุบันครอบคลุมตั้งแต่การลดดอกเบี้ยไปจนถึงการขึ้นหลายครั้ง หากเงินเฟ้อ 4.2% ในเดือนพฤษภาคมเป็นจุดสูงสุดชั่วคราวมากกว่าจะเป็นแนวโน้ม โอกาส 77% ที่ตลาดให้กับการขึ้นดอกเบี้ยในตอนนี้อาจยังสะท้อนความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง