เฟดคงดอกเบี้ยที่กรอบ 3.5%–3.75% ต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงท่าทีระมัดระวังในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) วันที่ 28–29 กรกฎาคม โดยมีมติคงอัตราดอกเบี้ยเฟดฟันด์ไว้ที่กรอบเป้าหมาย 3.5%–3.75% นับเป็นการ "พักดอกเบี้ย" ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5 ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ที่ 4.1% และราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง แถลงการณ์ถูกเผยแพร่เวลา 14.00 น. ตามเวลา ET วันที่ 29 กรกฎาคม ตามกำหนดเดิม โดยประธานเฟด เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาได้ลดการให้สัญญาณล่วงหน้า (forward guidance) ลงอย่างตั้งใจ เพื่อเก็บพื้นที่ให้การตัดสินใจมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในภาวะที่เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย 2% มากกว่าสองเท่า เฟดไม่ต้องการผูกมัดตัวเองด้วยคำกล่าวในอดีต สัญญาณความเห็นที่ต่างกันภายในคณะกรรมการเริ่มชัดตั้งแต่การประชุมวันที่ 17 มิถุนายน แม้จะลงมติเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ย แต่รายงานการประชุมสะท้อนว่ามีความไม่ลงรอยกันพอสมควรเกี่ยวกับแนวทางถัดไป โดยบางส่วนเอนเอียงไปทางการคุมเข้มเร็วกว่านี้ ขณะที่อีกส่วนเห็นว่าควรรอดูข้อมูลเพิ่มเติม แรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ส่งผ่านไปยังต้นทุนขนส่ง วัตถุดิบภาคการผลิต และท้ายที่สุดไปยังราคาสินค้าผู้บริโภค ตลาดจึงเริ่มสะท้อนความคาดหวังว่าเฟดอาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ย โดยราคาตลาดล่าสุดให้น้ำหนักราว 80% ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนกันยายน 2026 การคงดอกเบี้ย 5 ครั้งติดต่อกันช่วยซื้อเวลาให้เฟด แต่หากแรงกดดันด้านราคาไม่อ่อนตัวลงเอง เวลานั้นอาจเหลือน้อย ด้านสินทรัพย์เสี่ยงและคริปโทเคอร์เรนซี บิตคอยน์ซื้อขายแถว 64,300–64,400 ดอลลาร์ก่อนประกาศผลประชุม ขณะที่อัลต์คอยน์ให้ผลตอบแทนคละเคล้า สะท้อนว่าตลาดคริปโทกำลังประเมินความไม่แน่นอนอยู่แล้ว หากตัวเลขเงินเฟ้อระหว่างนี้ถึงเดือนกันยายนเริ่มเย็นลง โอกาสขึ้นดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงและช่วยให้สินทรัพย์เสี่ยงพอหายใจได้ แต่หากเงินเฟ้อยังทรงตัวสูงหรือเร่งขึ้น ความน่าจะเป็น 80% อาจขยับสูงกว่าเดิม สำหรับผู้ติดตาม FOMC ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่ผลการตัดสินใจคงดอกเบี้ยครั้งนี้ แต่อยู่ที่รายละเอียดถ้อยคำในแถลงการณ์เกี่ยวกับความเสี่ยงเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน ภายใต้แนวทางลดการส่งสัญญาณล่วงหน้าของวอร์ช คำแต่ละคำยิ่งมีนัยต่อทิศทางนโยบายในระยะถัดไป