แฮ็กกระเป๋า Coldcard กระทบกว่า 1,800 BTC; FBI อาจระบุตัวผู้ก่อเหตุรายแรกได้แล้ว

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
ช่องโหว่ในการสร้างตัวเลขสุ่มของเฟิร์มแวร์ Coldcard ทำให้เอนโทรปีของคีย์อ่อนแอ เปิดทางให้การขโมยด้วยการเดารหัสแบบ brute-force ซึ่งขณะนี้รวมแล้วมากกว่า 1,800 BTC ครอบคลุมกว่า 5,000+ ที่อยู่ หลักฐานใหม่ชี้ว่าผู้โจมตีใช้งานบัญชีของบริการข้อมูลบล็อกเชนแบบชำระเงิน โดยรูปแบบล็อกถูกระบุว่าสอดคล้องกับลำดับการโจมตี ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการระบุตัวตนโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย แม้มีรายงานว่าประมาณ ~1,082.65 BTC ถูกอายัดไว้ เหตุการณ์นี้ยกระดับความเสี่ยงของฮาร์ดแวร์วอลเล็ตและซัพพลายเชน กดดันความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยคริปโตในระยะใกล้
ระดับผลกระทบ
● สูง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT+0.17%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▼ ขาลง
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
ME News รายงานว่า ณ วันที่ 19 สิงหาคม (UTC+8) คดีขโมยสินทรัพย์จากกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ Coldcard ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 มีความคืบหน้าใหม่ โดยทีม Bitkey ภายใต้ Block พบว่ากลุ่มผู้โจมตีชุดแรกใช้บัญชีแบบเสียเงินของบริการข้อมูลบล็อกเชนชื่อดังเพื่อตรวจสอบที่อยู่ที่ได้รับผลกระทบ บันทึกภายในของแพลตฟอร์มระบุว่าปริมาณคำขอ ช่วงเวลา และลำดับการดำเนินการสอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีอย่างมาก ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอาจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว ก่อนหน้านี้ Galaxy Research ติดตามว่าการโจมตีระยะแรกมีการโอน 1,082.65 BTC และเหรียญดังกล่าวยังคงถูกอายัดค้างอยู่ในที่อยู่ของผู้โจมตี เหตุช่องโหว่ Coldcard ครั้งนี้สร้างความเสียหายรวมเกิน 1,800 BTC กระทบมากกว่า 5,000 ที่อยู่ ผลสืบสวนชี้ว่าต้นตอการโจมตีมาจากช่องโหว่การสร้างเลขสุ่ม (random number generation) ในเฟิร์มแวร์ Coldcard บางเวอร์ชัน ทำให้เอนโทรปีของคีย์ส่วนตัวที่สร้างขึ้นไม่เพียงพอ เปิดช่องให้ผู้โจมตีใช้วิธี brute force เข้าถึงกระเป๋าเงินได้ ปัจจุบัน Coldcard ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และแนะนำให้ผู้ใช้งานที่อาจได้รับผลกระทบย้ายเงินออกโดยเร็ว (ที่มา: BlockBeats)