2026-07-23 17:35:31BitMEX เตรียมยุติการให้บริการ 23 กันยายน 2026 สรุปภาพรวมตลาดด้วย AIBitMEX ประกาศปิดแพลตฟอร์มทั้งหมด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2026 พร้อมระงับการลงทะเบียนใหม่ และทยอยดำเนินไปสู่การลดขนาดสถานะและการปิดสถานะแบบบังคับ การยุติการให้บริการและค่าธรรมเนียมการรับฝากสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้นหลังเส้นตาย อาจเร่งให้เกิดการถอนเงินและการลดเลเวอเรจ ทำให้สภาพคล่องของอนุพันธ์ตึงตัวและทำให้กระแสการซื้อขายย้ายไปยังแพลตฟอร์มคู่แข่ง เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกับความล้มเหลวอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม ข่าวนี้ยิ่งตอกย้ำการรวมศูนย์และการตระหนักรู้เรื่องความเสี่ยงของคู่สัญญาทั่วทั้งตลาดคริปโตในระยะใกล้ระดับผลกระทบ ● ปานกลางสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบBTC/USDT-0.57%ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI▼ ขาลงเทรดตอนนี้เทรดตอนนี้ →⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวังBitMEX ประกาศปิดแพลตฟอร์มและยุติการดำเนินงานทั้งหมด โดยมีผลวันที่ 23 กันยายน 2026 พร้อมระงับการสมัครผู้ใช้ใหม่แล้ว ขณะที่บริษัทขอให้ลูกค้าเร่งถอนสินทรัพย์และปิดสถานะคงค้างโดยเร็ว การตัดสินใจดังกล่าวมาจากคณะกรรมการของ HDR Global Trading Limited ภายหลังการทบทวนเชิงกลยุทธ์ต่อธุรกิจและภาพรวมอุตสาหกรรมคริปโต บริษัทระบุว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ง่าย พร้อมทบทวนเส้นทางตั้งแต่เริ่มให้บริการในปี 2014 โดยระบุว่า BitMEX ตั้งใจทำให้ทุกคนเข้าถึงตราสารอนุพันธ์คริปโตระดับมืออาชีพ และเคยเป็นผู้บุกเบิกสัญญา perpetual swap เลเวอเรจ 100x ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุดของอุตสาหกรรม บริษัทย้ำว่า ตลอดเวลากว่า 10 ปี แพลตฟอร์มไม่เคยสูญเสียเงินของผู้ใช้จากเหตุการแฮ็ก แผนการยุติบริการจะดำเนินเป็นหลายขั้นตอน ได้แก่ - ปิดรับการเปิดบัญชีใหม่แล้ว - ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม ผู้ใช้จะไม่สามารถเปิดสถานะใหม่ได้ ทำได้เพียงลดสถานะที่มีอยู่ - ก่อนถึงวันปิดบริการ ตลาดจะทยอยบังคับปิดสถานะที่ยังเปิดอยู่เพื่อให้การยุติการซื้อขายเป็นไปอย่างเป็นระเบียบ - สถานะที่ยังคงเปิดอยู่ทั้งหมด ณ เวลายุติการดำเนินงานจะถูกบังคับปิด หลังวันที่ 23 กันยายน การซื้อขายจะไม่สามารถใช้งานได้ แต่ผู้ใช้ยังสามารถเข้าสู่ระบบ ตรวจสอบประวัติธุรกรรม และถอนเงินได้ BitMEX ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ใช้ที่ทำ KYC แล้วแต่ไม่ถอนสินทรัพย์ภายในวันปิดบริการ จะถูกเรียกเก็บค่าฝากทรัพย์สิน (custody fee) ในอัตราเทียบเท่า 50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1% ต่อปี (แล้วแต่ว่าจำนวนใดสูงกว่า) โดยเรียกเก็บเป็นรายเดือน ทีมงานยังเตือนเรื่องความเสี่ยงจากฟิชชิงและข้อความหลอกลวงที่อ้างว่าสามารถ "เร่งการถอนเงิน" ได้ โดยยืนยันว่าไม่มีขั้นตอนพิเศษลักษณะดังกล่าว พร้อมกล่าวขอบคุณผู้ใช้ที่สนับสนุนมาโดยตลอด และหวังว่าผู้ใช้จะยังคงซื้อขายบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่เติบโตตามมา ข่าวการปิดตัวของ BitMEX ถูกเปิดเผยในสัปดาห์เดียวกับที่ Movement Labs ยื่นขอคุ้มครองล้มละลายตาม Chapter 11 ในสหรัฐฯ หลังเกิดประเด็นอื้อฉาวเกี่ยวกับโทเคน MOVE เมื่อปีก่อน ที่มาข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ถือเป็นจุดยืนของ BingX และไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนจาก BingX ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไข