ธนาคารกลางญี่ปุ่นขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นสู่ 1% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น 25 เบสพอยต์สู่ระดับ 1% เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995 และตอกย้ำทิศทางถอนตัวจากยุคนโยบายการเงินผ่อนคลายพิเศษที่ยาวนานหลายทศวรรษ การปรับขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ย 25 เบสพอยต์สู่ 0.75% ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งผ่านความเห็นชอบแบบเป็นเอกฉันท์ ส่งผลให้ BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว 2 ครั้งภายในราวหกเดือน สะท้อนว่ามาตรการดังกล่าวไม่ใช่การปรับครั้งเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ ปัจจัยหนุนยังคงเดิม ได้แก่ เงินเฟ้อที่ยืดเยื้อจากการอ่อนค่าของเงินเยนและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มแรงกดดันต่อภาพรวม อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ ผู้ว่าการ BOJ คาซูโอะ อุเอดะ ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม โดยถูกนำส่งโรงพยาบาลจากภาวะถุงน้ำในตับติดเชื้อ ทำให้ BOJ เดินหน้าวงจรการคุมเข้มที่สำคัญที่สุดในรอบกว่า 30 ปีโดยไม่มีผู้บริหารสูงสุดอยู่ในห้องประชุม BOJ ยังส่งสัญญาณว่าจะทยอยขึ้นดอกเบี้ยต่อไป ควบคู่กับการคงโครงการซื้อพันธบัตรไว้ เน้นคุมเข้มฝั่งอัตราผลตอบแทนระยะสั้น ขณะพยายามลดความผันผวนในฝั่งระยะยาว ปม "เยนแคร์รี่เทรด" เยนแคร์รี่เทรดถือเป็นหนึ่งในธุรกรรมขนาดใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดการเงินโลก กลไกคือกู้เงินเยนต้นทุนต่ำ แล้วแลกเป็นดอลลาร์สหรัฐหรือสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เมื่อดอกเบี้ยญี่ปุ่นใกล้ศูนย์ ธุรกรรมนี้แทบเทียบได้กับ "เงินต้นทุนฟรี" แต่เมื่อดอกเบี้ยขึ้นสู่ 1% สมการผลตอบแทนเริ่มเปลี่ยน ก่อนการตัดสินใจครั้งนี้ สถานะขายเยน (short) พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี หากเงินเยนแข็งค่าขึ้นแรงจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ผู้ถือสถานะ short จำเป็นต้องซื้อเยนเพื่อปิดความเสี่ยง ซึ่งยิ่งหนุนให้เยนแข็งค่าต่อและกระตุ้นการปิดสถานะเพิ่มเติมเป็นลูกโซ่ ตลาดคริปโทเคยเผชิญภาพนี้มาแล้วในเดือนสิงหาคม 2024 เมื่อการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ จุดชนวนการคลายสถานะเยนแคร์รี่เทรดจนกระเพื่อมไปทั่วตลาดโลก บิตคอยน์ปรับลงพร้อมกับหุ้น หลังสถานะเลเวอเรจในหลายสินทรัพย์ถูกบังคับปิด (liquidation) ทั้งนี้ ตลาดประเมินความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 99% ก่อนประกาศผล เท่ากับว่าความคาดหวังถูกสะท้อนไปในราคาแล้วเกือบทั้งหมด ทำให้พื้นที่สำหรับ "เซอร์ไพรส์" มีจำกัด นัยต่อผู้ลงทุนคริปโท ญี่ปุ่นเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่รายสุดท้ายที่กำลังกลับสู่ภาวะนโยบายการเงินปกติหลังยุคดอกเบี้ยศูนย์และดอกเบี้ยติดลบ โดยในเชิงประวัติศาสตร์ บิตคอยน์และสินทรัพย์เสี่ยงมักได้แรงหนุนในช่วงสภาพคล่องขยายตัว และมักเผชิญแรงกดดันเมื่อสภาพคล่องหดตัว เมื่อสถานะ short เยนอยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปี และความสัมพันธ์ของบิตคอยน์กับภาวะสภาพคล่องมหภาคเป็นที่รับรู้กันดี ความเสี่ยงจากการคลายสถานะเยนแคร์รี่เทรดยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นซึ่งถูกจับตามากที่สุดในหมู่นักเทรดคริปโทสำหรับครึ่งหลังของปี 2026